ค่ายบดินเดชา
- ข้อมูลชื่อค่ายพร้อมที่ตั้ง : กรมทหารราบที่ ๑๖ ค่ายบดินทรเดชา ตำบลเดิด อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร รหัสไปรษณีย์ ๓๕๐๐๐
กรมทหารราบที่ ๑๖ จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๖ โดยมีที่ตั้งอยู่ที่บ้านเดิด ตำบลเดิด อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๒๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงพระกรุณาโปรดกล้า ฯ พระราชทานนามค่ายทหาร ของ กรมทหารราบที่ ๑๖ แห่งนี้ว่า ค่ายบดินทรเดชา อันหมายถึง เจ้าพระยาบดินทรเดชา ( สิงห์ สิงหเสนี ) ยอดมหาบุรุษรัตนอาชาไนย ผู้เป็นขุนพลแก้วคู่พระทัย ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่มีเกียรติคุณอันยิ่งใหญ่ และความผูกพันกับเมืองยโสธร แต่อดีตยาวนานนับ ๗ ปี กรมทหารราบที่ ๑๖ จัดเป็นหน่วยกำลังรบหลักของ กองพลทหารราบที่ ๖ โดยมีหน่วยรอง และหน่วยขึ้นตรง ดังนี้.-
- กองร้อยกองบังคับการกรมทหารราบที่ ๑๖
- กองร้อยเครื่องยิงหนัก กรมทหารราบที่ ๑๖
- หมวดต่อสู้รถถังถัง กรมทหารราบที่ ๑๖
- กองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๑๖
- กองพันทหารราบที่ ๒ กรมทหารราบที่ ๑๖
- กองพันทหารราบที่ ๓ กรมทหารราบที่ ๑๖
สำหรับกองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๑๖ มีที่ตั้งอยู่ค่ายประเสริฐสงคราม อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด
๓. แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ
๓.๑ อนุสาวรีย์เจ้าพระยาบดินทรเดชา ( สิงห์ สิงหเสนี )
เจ้าพระยาบดินทรเดชา ( สิงห์ สิงหเสนี )
เกิดเมื่อปีระกา พุทธศักราช ๒๓๒๐ ในรัชสมัยกรุง ธนบุรี เริ่มรับราชการถวายตัวเป็นจางวางมหาดเล็ก ในสมัยรัชกาลที่ ๑ กรุงรัตนโกสินทร์ ท่านรับ ราชการ
ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ และจงรักภักดี จึงได้รับพระราชทานยศตำแหน่งสูงขึ้นโดยลำดับ จนมีบรรดาศักดิ์ เป็นเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่สมุหนายกและแม่ทัพใหญ่ในรัชกาลที่ ๓ เจ้าพระยาบดินทรเดชา เป็นหนึ่งในแก้วห้าประการ ของแผ่นดินในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว คือ เป็นขุนพลแก้ว หมายถึง แม่ทัพที่คอยปกป้องพระราชอาณาเขตให้พ้นจากการรุกรานของอริราชศัตรู
เจ้าพระยาบดินทรเดชา ( สิงห์ สิงหเสนี ) เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ทำการรบอย่างมีสติ มีปฏิภาณไหวพริบ ใช้เล่ห์กลศึกลึกซึ้ง เป็นผู้นำที่มีความอดทนสูง แม้ตัวถูกอาวุธบาดเจ็บหรือป่วยไข้ ก็มิได้แสดงความย่อท้อและท้อถอย จนเป็นที่เกรงขามต่ออริราชศัตรู ท่านทำกิจการศึก ติดต่อยาวนานหลายปี อยู่ในเมืองลาว ประมาณ ๓ ปี และเมืองเขมร อีก ๑๔ ปี
เจ้าพระยาบดินทรเดชา ( สิงห์ สิงหเสนี ) มีความผูกพันกับเมืองยโสธรแต่ครั้งในอดีต เมื่อปีชวด พุทธศักราช ๒๓๗๑ ท่านได้ยกทัพไปตีเมืองจันทน์ ครั้งที่ ๒ โดยยกทัพเคลื่อนพล ไปพักพลเพื่อวางแผนการรบและสะสมเสบียงอยู่ที่เมืองยโสธรอยู่นานถึง ๗ ปี เนื่องจากเห็นว่า เมืองยโสธรมีข้าวปลาอุดมสมบูรณ์ ผู้คนมั่งคั่ง มีความสามัคคีจงรักภักดีต่อชาติบ้านเมืองและราชบัลลังก์
 
ตามตำนานของเมืองยโสธร ระบุว่าก่อนที่ท่านจะเคลื่อน พลยกทัพไปตีเมืองจันทน์ ได้ขอให้พระครูวชิระ พระผู้เรืองวิทยาคมของเมืองยโสธรสมัยนั้น ทำพิธีตัดไม้ข่มนามในพื้นที่ พักพล ต่อมาครั้นเมื่อ เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ชนะศึกกลับมาถึงเมืองยโสธรได้ให้เจ้าเมืองยโสธร สร้างเจดีย์เก้ายอด และวัดขึ้นที่บริเวณที่พักพลดังกล่าว ต่อมา ก็คือ วัดทุ่งสว่างชัยภูมิ เจ้าพระยาบดินทรเดชา ( สิงห์ สิงหเสนี ) รับราชการสนองเบื้องพระยุคลบาท ในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้า ฯ ด้วยความจงรักภักดี เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง จนถึง วันอสัญกรรม เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๓๙๒ สิริอายุ รวม ๗๒ ปี ด้วยเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ สมควรเป็นที่รู้จักจดจำและรำลึก ถึงวีรบุรุษนักรบกล้าของชาติไทย นั้นคือ เจ้าพระยาบดินทรเดชา ( สิงห์ สิงหเสนี ) ผู้เป็นต้นตระกูล สิงหเสนี ทางกรมทหารราบที่ ๑๖ ร่วมกับทายาทตระกูลสิงหเสนี จึงพร้อมใจกันประดิษฐานอนุสาวรีย์เจ้าพระยาบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ไว้ ณ ค่ายทหารแห่งนี้ เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของกำลังพล ครอบครัวและชาวไทยทั่วหล้า ประวัติอันเกริกเกียรติของ เจ้าพระยาบดินทรเดชา ( สิงห์ สิงหเสนี ) นี้ได้ประทับใจแก่เพื่อนทหารหาญทั้งหลาย ประจักษ์ว่า การเกิดมาเป็นทหารนั้น มิใช่เพื่อความสุขสันต์ หรรษา เพราะพวกเราได้ปฏิญาณกันไว้แล้วว่า ชีวิตของพวกเราพร้อมพลี เพื่อพิทักษ์รักษาชาติ และราชบัลลังก์
๓.๒ ศูนย์พัฒนากีฬากอล์ฟค่ายบดินทรเดชา
๓.๓ สระว่ายน้ำ
๓.๔ สนามยิงปืน
๓.๖ ศูนย์การเรียนรู้
|